การขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยวิธีเสียบยอด

การขยายพันธุ์พืช ด้วยวิธีการเสียบ (ทุเรียน) เตรียมอุปกรณ์

1. กระบะเพาะเมล็ด

2. ขุยมะพร้าว

3. ขนขุยมะพร้าวใส่กระบะเพาะเมล็ดให้เต็ม

4. รดน้ำให้เปียกพอประมาณ

การเพาะเมล็ด

1. เมล็ดทุเรียนส่วนมากจะได้มาจากงานวิจัยของศูนย์ฯ 1 ส่วน

2. บางส่วนได้มาจากไปซื้อมาจากเกษตรกร

3. หลังจากที่ได้เมล็ดทุเรียนมาแล้วนำมาล้างให้สะอาด

4. นำเมล็ดทุเรียนใส่ในอ่างพลาสติก ล้างด้วยน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง

5. คัด , เลือก เมล็ดที่ลีบ และเมล็ดที่ลอยทิ้งเป็นบางส่วน

6. นำเมล็ดทุเรียนที่คัดเลือกแล้วไปเพาะลงในกระบะเพาะเมล็ด โดยให้ต้นด้านสีขาวของเมล็ดทุเรียนช้าลงในขุยมะพร้าวประมาณครึ่งเมล็ด

7. หลังจากเพาะเมล็ดทุเรียนในกระบะเมล็ด ประมาณ 10-20 วัน เมล็ดทุเรียนจะงอกเป็นลำต้น ช่วงนี้ต้องคอยหักเมล็ดทุเรียนทิ้ง เพราะถ้าไม่หักทิ้งจะท้าให้ล้าต้นคดและงอกได้

 

การเสียบยอดทุเรียน ก่อนจะเสียบยอดทุเรียนจะต้องเตรียมและท้า คือ

1. ท้าหลังคากันแดดและฝน

1.1 ผ้าพลาสติกสีฟ้า

1.2 เชือกฟาง

1.3 ท่อน้ำเหล็ก ขนาดนิ้วครึ่ง

2. การท้ากระโจมเสียบยอดทุเรียน

2.1 ท่อ PVC ขนาด 2 หุน

2.2 เชือกฟาง

2.3 ผ้าพลาสติกใส

2.4 ตัวหนีบผ้า

2.5 เทปพันสายไฟสีด้า

 

การตัดยอดทุเรียน

1. การตัดยอดทุเรียนที่จะนำมาเสียบยอด จะเน้นต้นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยม คือ

1.1 พันธุ์หมอนทอง

1.2 พันธุ์จันทบุรี 1 , 2 , 3

1.3 ทุเรียนรวมพันธุ์

1.4 พันธุ์อื่น ๆ

 

ยอดทุเรียนที่จะตัด นามาเสียบยอด

1. ยอดทุเรียนหมอนทองตัดในแปลงของศูนย์

2. ยอดทุเรียนจันทบุรี 1 , 2 ,3 ตัดในแปลงที่ทุ่งเพล

3. ยอดทุเรียนรวมพันธุ์ ตัดในแปลงของศูนย์

4. ยอดทุเรียนทั้ง 3 พันธุ์ เราจะเลือกยอดที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไป ใบที่สมบูรณ์ไม่มีโรคและแมลง ใส่ถึงพลาสติกสีขาวและนำมาไว้ที่เรือนเพาะช้า

 

การตัดยอดต้นตอ

1. หลังจากเพาะเมล็ดได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน ต้นตอพร้อมที่จะเสียบได้ จะท้าการตัดยอดไว้สูงประมาณ 15 ซม.

2. ผูกด้วยเชือกฟางโดยท้าเป็นห่วงคล้องให้รูดขึ้นรูดลงได้ การเฉือนยอดทุเรียน

1. เฉือนยอดทุเรียนให้เป็นรูปลิ่มทั้งด้านซ้ายและด้านขวา

2. ใช้มีดคมๆ ผ่าตรงกลางต้นตอ (ท้าแผล)

 

เสียบยอดทุเรียน

1. หลังจากเฉือนแผลที่ต้นตอและเฉือนยอดเป็นรูปลิ่มแล้ว นำยอดทุเรียนมาเสียบลงบนต้นตอ (ถ้าในกรณีที่ต้นตอใหญ่กว่ายอดพันธุ์เวลาเสียบยอดให้นำยอดที่เสียบชิดข้างใดข้างหนึ่งดึงเชือกฟางให้แน่นพอประมาณคลุมด้วยพลาสติก)

2. ยอดทุเรียนที่เสียบยอดแล้วจะอยู่ในกระโจมประมาณ 3 สัปดาห์ (กระโจมเสียบยอดอยู่ในกระบะเพาะเมล็ด) การเปิดกระโจม หลังจากที่เสียบยอดทุเรียนได้ประมาณ 3 สัปดาห์ เราจะเปิดกระโจมเป็นช่องเล็ก ๆ ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อในต้นไม้ในกระโจมได้ชินกับอากาศภายนอกก่อนและเปิดเป็นช่องกว้าง ๆ จนกว่าจะหมดกระโจม

 

การย้ายลงถุง

1. ถุงดินขนาด 9×11 พร้อมวัสดุเพาะตั้งวางเป็นแถวในเรือนเพาะช้า

2. รดน้ำถุงดินให้เปียกชุ่ม ใช้ไม้เจาะถุงให้เป็นรู

3. ถอนต้นพันธุ์ทุเรียนผลการศึกษาแนวทางการเร่งการเจริญเติบโตในต้นกล้าทุเรียน

หลังนาออกจากกระโจมเสียบยอด 8 วิธีการ

วิธีการที่ 1 มูลหมู 15 กรัม

วิธีการที่ 2 มูลหมู 15 กรัม + ปุ๋ยเกล็ด 20-20-20 (50 กรัม /น้ำ 20 ลิตร.)

วิธีการที่ 3 มูลไก่ 15 กรัม

วิธีการที่ 4 มูลไก่ 15 กรัม + ปุ๋ยเกล็ด 20-20-20 (50 กรัม /น้ำ 20 ลิตร.)

วิธีการที่ 5 ปุ๋ยออสโมโคท 1.5 กรัม

วิธีการที่ 6 ปุ๋ยออสโมโคท 1.5 กรัม + ปุ๋ยเกล็ด 20-20-20 (50 กรัม /น้ำ 20 ลิตร.)

วิธีการที่ 7 ปุ๋ยออสโมโคท 3 กรัม

วิธีการที่ 8 ปุ๋ยออสโมโคท 3 กรัม + ปุ๋ยเกล็ด 20-20-20 (50 กรัม /น้ำ 20 ลิตร.)

สรุปผลการเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโต ระหว่างการวัดครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 3 (ความสูงครั้งที่ 3 ลบ ครั้งที่ 1 )

วิธีการที่ 2 มีค่าเฉลี่ยอัตราการเจริญเติบโตมากที่สุด คือ 7.10 ซ.ม. และ ต้นที่ 4 (ซ้้าที่ 4) ในวิธีการที่ 2 มีอัตราการเจริญเติบโตมากที่สุด คือ 10.10 ซ.ม. หมายเหตุ อัตราการเจริญเติบโตทุกวิธีการ เฉลี่ย 3.37 ซ.ม.

ขั้นตอนและการเสียบยอดทุเรียน

 

นำเมล็ดทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองที่สมบูรณ์ ทำความสะอาด แล้วนำมาเพาะในกระบะ โดยใช้ขุยมะพร้าวเป็นวัสดุเพาะ

 

เมล็ดทุเรียนเริ่มงอก 1 อาทิตย์

 

ต้นตอทุเรียน อายุ 1 เดือน

 

ต้นตอทุเรียน ที่จะนำมาชำ ในถุงพลาสติก

 

ถอนต้นตอทุเรียนจากกระบะเพาะชำ

 

ต้นตอทุเรียนที่ถอนแล้ว เตรียมชำใส่ถุง

 

ตัดรากที่ยาวเกินไปทิ้ง

 

ชำใส่ถุง โดยใช้ขุยมะพร้าว

 

อัดขุยมะพร้าวให้แน่น

 

ต้นตอทุเรียนที่ชำ ในถุงเรียบร้อยแล้ว

 

ต้นตอทุเรียนพร้อมเสียบยอด(อายุ 2-3 เดือน)และยอดทุเรียนพันธุ์ดีที่จะนำมาเสียบ

 

ตัดยอดต้นตอทุเรียนทิ้ง

 

ต้นตอทุเรียนที่ตัดยอดทิ้งคล้องเชือกฟางไว้ที่ต้นตอ 2 เส้น ตัดใบยอดพันธุ์ทุเรียนทิ้งประมาณครึ่งใบ

 

ผ่ากลางลำต้นตอลึกประมาณ 1 เซนติเมตร

 

ปาดยอดพันธุ์ดีให้เป็นรูปลิ่มความยาวของรอยปาดเท่ากับความลึกของต้นตอที่ผ่าไว้

 

นำยอดมาเสียบเข้ากับต้นตอ

 

นำเชือกมามัดตรงรอยเสียบ

 

ใช้เชือกมัด 2 เส้น เพื่อให้แน่นและแข็งแรง

 

 

ขั้นตอนการขยายพันธุ์พืช (ทุเรียน)

โดยวิธีการต่อกิ่ง (GRAFTING)

1. การเตรียมต้นตอ

 

ขุยมะพร้าว+แกลบดิบ+ดินร่วน (อัตรา 1 – 3 – 1)

 

นำเมล็ดทุเรียนมาเพาะลงถุง

 

เมล็ดทุเรียนเริ่มงอกอายุประมาณ 7 วัน

 

ต้นตอทุเรียนอายุประมาณ 1 เดือน

 

ต้นทุเรียนพันธุ์โบราณอายุ 50 – 60 วัน ขนาดไม่เกิน 1 ซ.ม. ฉีดยากันเชื้อรา

 

2. การเตรียมกิ่งพันธุ์ดี

 


ต้นทุเรียนพันธุ์ดีว่างเว้นการให้ปุ๋ย 1–2 เดือน ระยะใบเพสลาด

 

กิ่งพันธุ์ดี ขนาด ไม่เกิน 0.3 ซม. และ มีข้อ 2 – 3 ข้อ

 

ลักษณะของกิ่งพันธุ์ที่สมบูรณ์ มียอดใบใหม่แทงขึ้นมาที่ซอกก้านใบ

 

ลักษณะของกิ่งพันธุ์ที่สมบูรณ์ มีสีสดใส ไม่แห้งกระด้าง มีความตึงผิว

 

3. อุปกรณ์ ในการเสียบยอดทุเรียนพันธุ์ดี

 

เชือกฟางฉีกแบ่งเป็นเส้นเล็กๆ

 

ใบมีดโกน อย่างดี

 

4. ขั้นตอนการเสียบยอดทุเรียนพันธุ์ดี

 

ตัดต้นตอ สูงประมาณ 10 – 15 ซ.ม.

 

คล้องเชือกฟางที่ต้นตอ ด้วยเงื่อน 1 รอบ

 

ผ่าลำต้นตอ บริเวณกึ่งกลาง ลึก 2-4 ซม.

 

เฉือนกิ่งพันธุ์ดี ด้านหน้าและด้านหลัง เป็นรูปลิ่ม ยาว 2-3 ซม.

 

เสียบยอดพันธุ์ดี โดยจัดวางบริเวณเนื้อเยื่อเจริญ ทั้งสองส่วนให้สัมผัสกัน

 

ต้นตอที่ทาการเสียบยอดพันธุ์ เรียบร้อยแล้ว

 

นำต้นตอที่เสียบยอดเสร็จแล้ว เข้าไปไว้ในกระโจม

 

ละอองน้ำเกิดในกระโจม

 

ทุก 3 – 5 วัน เปิดดูการติดเชื้อโรคที่ใบและยอด

 

ดูแลจัดการโรค บำรุงต้นต่อไป อีก 7-8 เดือน

 

ต้นทุเรียนพันธุ์ดี พร้อมปลูก

 

ขั้นตอนการเสียบยอดทุเรียน

1) ตัดต้นตอ สูงประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร

2) คล้องเชือกฟางที่ต้นตอ ด้วยเงื่อน 1 รอบ

3) ผ่าลาต้นตอ บริเวณกึ่งกลาง ลึก 2-4 เซนติเมตร

4) เฉือนกิ่งพันธุ์ดี ด้านหน้าและหลังเป็นรูปลิ่ม ยาว 2-4 เซนติเมตร

5) เสียบยอดพันธุ์ดี โดยจัดวางบริเวณเนื้อเยื่อเจริญทั้งสองส่วนให้สัมผัสกัน

6) มัดเชือกฟาง ห่างจากปลายยอดต้นตอประมาณ 1 เซนติเมตร

7) นาไปไว้ในกระโจม ประมาณ 18-21 วัน เปิดดูการติดเชื้อโรคที่ใบและยอด ทุก 3 – 5 วัน

8) เมื่อเนื้อเยื้อติดประสานกันดีแล้ว นาออกมาดูแลจัดการโรคและบารุงต้นต่อไป อีก 7-8 เดือน

9) ทุเรียนพันธุ์ดีอายุได้ประมาณ 8 เดือน หรือมีความสูงประมาณ 80-100 เซนติเมตร ก็พร้อมนาไปปลูกได้

เนื้อหาและภาพประกอบ : ที่มา ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี