ปลูกอะไรถึงจะได้”รายได้”สูงสุด คุ้มสุดสำหรับเกษตรกรในปัจจุบัน ระหว่างมะพร้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน

ปลูกอะไรถึงจะได้"รายได้"สูงสุด คุ้มสุดสำหรับเกษตรกรในปัจจุบัน ระหว่างมะพร้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน

เปรียบเทียบรายได้/ไร่ ระหว่างมะพร้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน
มะพร้าว
1 ไร่ ปลูกได้ 16 ต้น
1 ต้น เก็บผลผลิตเฉลี่ย 5 ลูก/ครั้ง
1 ปีเก็บได้ 9 ครั้ง คิดเป็น 45 ลูก/ต้น
มะพร้าว 1 ไร่มี 16 ต้น คิดเป็น 720 ลูก/ปี
ขายราคา 15 บาท/ลูก ทั้งปีสร้างรายได้ 10,800 บาท
ต้นทุนการปลูกมะพร้าว
ใส่ปุ๋ย 3 กก./ต้น/ปี คิดราคาปุ๋ย 18 บาท/กก. จำนวน 16 ต้น รวม 864 บาท/ไร่/ปี
ค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืช 3-4 ครั้ง/ปี และค่าแรงงาน รวม 800 บาท/ไร่/ปี
คงเหลือกำไร 9,118 บาท/ไร่/ปี

ยางพารา
1 ไร่ ปลูกได้ 70 ต้น
1 ไร่ กรีดน้ำยางได้เฉลี่ย 2.5 กก./วัน
1 ปี กรีดได้ 130 วัน คิดเป็น 325 กก.ต้น
ถ้าขายราคา 70 บาท/กก. ทั้งปีสร้างรายได้ 22,750 บาท
ต้นทุนการปลูกยางพารา
แบ่งรายได้กับคนกรีด 65:45% (65×22,750)/100 เจ้าของสวนมีรายได้ 15,787 บาท/ไร่/ปี
ค่าใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช กรดสำหรับยางพาราที่เจ้าของสวนต้องจ่าย 2,000 บาท/ไร่/ปี
คงเหลือกำไร 12,787 บาท/ไร่/ปี

ปาล์มน้ำมัน
1 ไร่ ปลูกได้ 20 ต้น
1 ไร่ เก็บผลผลิตได้เฉลี่ย 3,000 กก./ไร่/ปี
ถ้าขายราคา 5.5 บาท/กก. ทั้งปีสร้างรายได้ 16,500 บาท/ไร่/ปี
ต้นทุนการปลูกปาล์มน้ำมัน
ค่าใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช ตกแต่งทางปาล์ม 4,940 บาท/ไร่/ปี
คงเหลือกำไร 11,560 บาท/ไร่/ปี

Cr. http://www.kasetup.com/2017/04/62000.html?m=1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *